
ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดจะพิจารณาคำตัดสินว่าควรถอดถอนนายกรัฐมนตรีฮันด็อกซูหรือไม่ ณ การพิจารณาครั้งใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม เวลา 10.00 น. คำตัดสินครั้งนี้เป็นการตัดสินทางกฎหมายครั้งแรกหลังจากที่มีการฟ้องร้องถอดถอนในวันที่ 27 ธันวาคม เมื่อปีที่แล้ว เป็นเวลาผ่านไป 87 วัน ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบสำคัญต่อแนวทางการเมืองของเจ้าหน้าที่ระดับสูง
นายกรัฐมนตรีฮันด็อกซูจะได้รับการพิจารณาคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่การพิจารณาคดีถอดถอนของประธานาธิบดียุนซอกเยลจะเกิดขึ้น ซึ่งคำตัดสินครั้งนี้อาจเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างทั้งสองคดี
สภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการฟ้องร้องถอดถอนโดยยึดข้อกล่าวหาที่นายกรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนการประกาศและยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินวันที่ 12·3 รวมถึงการปฏิเสธแต่งตั้งผู้พิพากษารัฐธรรมนูญ
ในทางกลับกัน นายกรัฐมนตรีฮันด็อกซูอ้างว่าเขาได้คัดค้านสถานการณ์ฉุกเฉินของประธานาธิบดียุนและไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียกพลทหาร
คำตัดสินในครั้งนี้จึงเป็นจุดที่สำคัญในการประเมินการตีความข้อกล่าวหาในการฟ้องร้องถอดถอนและความชอบด้วยกฎหมายของสถานการณ์ฉุกเฉินวันที่ 12·3
คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญอาจกำหนดทิศทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีฮันด็อกซู และอาจมีอิทธิพลในบางส่วนต่อการพิจารณาคดีถอดถอนของประธานาธิบดียุน
อีกทั้ง คดีฟ้องร้องถอดถอนนายกรัฐมนตรีฮันด็อกซูเป็นกรณีแรกที่มีการตัดสินทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลังจากที่มีการฟ้องร้องถอดถอนประธานาธิบดี
ในขณะที่ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรและฝ่ายรัฐบาลต่างมีมุมมองที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ผลลัพธ์ของคำตัดสินในครั้งนี้คาดว่าจะมีผลกระทบต่อวงการการเมืองในอนาคตอย่างมาก
ในขณะที่คำตัดสินสุดท้ายของศาลรัฐธรรมนูญประกาศออกมา มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รวมถึงการตัดสินว่าควรถอดถอนนายกรัฐมนตรีฮันด็อกซูหรือไม่